เกี่ยวกับเรา

 

1.    ประวัติความเป็นมา

2.    โครงสร้างโรงพยาบาล

3.    ทำเนียบเจ้าหน้าที่

4.     แนะนำบุคคล

5.    ความเชี่ยวชาญ

6.    นมัสการเวลาเช้า

 

 

 

 

 

 1. ประวัติความเป็นมา

          โรงพยาบาลคริสเตียนแม่น้ำแควน้อยเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ที่ได้ก่อตั้งขึ้นมามิใช่เพียงเพื่อให้การรักษาผู้เจ็บไข้ได้ป่วยเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงให้การบริการด้านสาธารณสุข และดำเนินการขยายพันธกิจของคริสเตียนในขณะเดียวกันด้วย

 

           ปัจจุบัน โรงพยาบาลคริสเตียนฯ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 71/1 หมู่ 5 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี  เดิมทีโรงพยาบาลมีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยใน 10 เตียง และได้ปรับเป็น 25 เตียง เมื่อปี พ.ศ. 2541 ปัจจุบันมีแพทย์ประจำการและแพทย์อาสาสมัคร

การต่อตั้งโรงพยาบาล

          โรงพยาบาลคริสเตียนแม่น้ำแควน้อยเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.  2504 (ค.ศ. 1961) ที่บ้านนิเถะ ตำบลหนองลู อ.สังขละบุรี และได้เริ่มดำเนินการอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) หลังจากได้มีความพร้อมทั้งเรื่องอาคารสถาน บุคคลากร และเครื่องมือทางการแพทย์อย่างเพียงพอที่จะดำเนินกิจการโรงพยาบาลได้ ต่อมาเมื่อทางราชการได้ก่อสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ หรือเขื่อนเขาแหลม (ชื่อเดิม) และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) เป็นเหตุให้ชุมชนต้องย้ายมาอยู่ที่อำเภอใหม่ ในปีเดียวกัน โรงพยาบาลได้ย้ายมาตั้งอยู่ที่บ้านห้วยมาลัย และได้ดำเนินกิจการโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

 การโยกย้ายรพ.จากอำเภอเก่ามาอำเภอใหม่

          โรงพยาบาลใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน (มิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2527) ระหว่างขนย้าย อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา และประวัติคนไข้ได้รับความเสียหายบางส่วน เราได้รับความช่วยเหลือจากการไฟฟ้าและหทารในการขนย้ายของจากบ้านนิเถะมายังบ้านห้วยมาลัย จากบันทึกรายงานการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 1984 ของโรงพยาบาล การไฟฟ้าได้ช่วยขนของด้วยรถดั้ม จำนวน12เที่ยว และทหารช่วย 5 เที่ยว

วัตถุประสงค์

 

1.  ให้บริการด้านการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและเป็นมิตร

2.  ส่งเสริมสุขภาพและป้องกัน

3.  ส่งเสริมพันธกิจด้านการประกาศข่าวประเสริฐของสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย

 

วิสัยทัศน์

 

ให้ความช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งสำหรับผู้ป่วยผู้ยากไร้ในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านการรักษาพยาบาลของหน่วยงานหรือสถานพยาบาลอื่นๆ

 

 

พันธกิจ

 

·      ให้บริการด้านการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียมโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา หรือฐานะแต่อย่างใด

·      ประกาศข่าวประเสริฐเพื่อให้บุคคลากรของหน่วยงานและผู้มารับบริการได้พบกับสันติสุข

·      ส่งเสริมและตอบสนองนโยบายภาครัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล

 

ปณิธาน

ดูแลผู้เล้กน้อยที่สุด เพื่อพระองค์ผู้ใหญ่ยิ่งสูงสุด

 

 

สีประจำโรงพยาบาล

 

          สีประจำโรงพยาบาล คือ สีขาว และ สีเขี

2. โครงสร้างโรงพยาบาล

3. ทำเนียบเจ้าหน้าที่

4. แนะนำบุคคล

นายแพทย์ศักดา เนเต็ก 

 

         นายแพทย์ศักดา หรือหมอต๊อก เกิดวันที่ 12 มีนาคม 1970 พื้นเพเดิมอยู่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จบแพทย์ศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ในปีพ.ศ. 2537 หลังจบจากคณะแพทย์ศาสตร์ในปี พ.ศ. 2537 ได้เข้าทำงานในโรงพยาบาลมะการักษ์ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี  ต่อมาในปีเดียวกันระหว่างเดือนกันยายนและตุลาคม ได้กลับมาช่วยโรงพยาบาลคริสเตียนฯในฐานะเป็นผู้ช่วยนายแพทย์ฟิลิป แมคดาเนี่ยล ภายหลังเมื่อนายแพทย์ฟิลิปเกษียรและได้กลับไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว นายแพทย์ศักดา ได้รับการแต่งตั้งจากสภาคริสตจักแห่งประเทศไทย ให้เป็นผู้อำนวยการประจำโรงพยาบาลคริสเตียนแม่น้ำแคงน้อย เมื่อปี……. และยังคงดำรงตำแหน่งตราบจนทุกวันนี้

 

         ในปีพ.ศ. 2543 ได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยรามาธิบดี จนกระทั่งได้จบการศึกษาแขนงวิชาศัลยกรรมทั่วไปในปี พ.ศ.2546 ระหว่างการทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ นายแพทย์ศักดาได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานและได้ศึกษาดูงานที่ประเทศต่างๆ เช่น เกาหลี ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เป็นต้น

          นอกจากประสบการณ์โดยตรงในการรักษาผู้ป่วยแล้ว การพยายามสื่อสารกับผู้ป่วยโดยใช้ภาษาถิ่นที่ผู้ป่วยสามารถสื่อสารได้นั้น เป็นกลวิธีหนึ่งที่ช่วยเข้าถึงผู้ป่วยและทำให้ทราบถึงความต้องการของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นแล้ว การใช้วิธีดนตรีบำบัดและการอธิฐานเผื่อสำหรับผู้ป่วยก็เป็นวิธีการรักษาอีกวิธีหนึ่งที่ท่านได้ปฎิบัติอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จึงเป็นที่เชื่อกันว่า การรักษาผู้ป่วยที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่การรักษาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว แต่การดูแลถนุถนอมสภาพจิตใจ รวมถึงการให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยนั้น เป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

            คุณหมอศักดาได้สานต่องานต่างๆที่นายแพทย์ฟิลิปได้ดำเนินมา ไม่ว่าทั้งเรื่องงานส่งเสริมสุขภาพคนชุมชน งานพัฒนาหน่วยงานและบุคคลากร และงานด้านการศึกษาค้นคว้า วิจัยโรค เป็นต้น

 

 นายแพทย์ฟิลิป แมคดาเนยล

             นายแพทย์ฟิลิป หรือที่ชาวบ้ามักเรียกสั้นๆว่า หมอฟิว  เป็นมิชชั่นนารีชาวสหรัฐอเมริกา และเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลคริสเตียนแม่น้ำแควน้อยที่ได้อุทิศตัวให้แก่โรงพยาบาลและผู้ป่วยผู้ยากไร้ในพื้นที่เขตอำเภอสังขละบุรี และบริเวณใกล้เคียงเป็นเวลาเกือบ 24 ปี (พ.ศ. 2521 – พ.ศ. 2545) ระหว่างที่ได้ทำงานช่วยเหลือสังคมด้านการรักษาพยาบาลแล้ว คุณหมอฟิลิปได้ดำเนินโครงการต่างๆที่เป็นการช่วยเหลือสังคมโดยได้นำความช่วยเหลือจากนานาประเทศมาพัฒนาชุมชน เช่น โครงการด้านการสาธารณสุขชุมชน โครงการน้ำประชาภูเขา โครงการรักษาผู้ป่วยวัยชรา โครงการส่งเสริมภาวะทุพโภชนาการ และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย

             นอกจากงานพัฒนาช่วยเหลือชุมชนแล้ว คุณหมอฟิลิปยังได้ส่งเสริมบุคลากรและให้ความร่วมมือแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนในการศึกษาค้นคว้าวิจัย เช่น โครงการวิจัยมาลาเรียร่วมกับสถาบัน AFFRIM ส่งเสริมและป้องกันโรคติดต่อร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดกาญจนบุรีและสำนักงานควบคุมโรคติดต่อ และการส่งเสริมนักศึกษาและฝึกปฎิบัติงานที่โรงพยาบาล เป็นต้น

             คุณหมอฟิลิป ได้แต่งงานกับภรรยาชื่อคุณเมลบา เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2515 และมีลูกๆด้วยกันทั้งหมด 3 คน จากคำบอกเล่าของของคุณหมอ ซึ่งกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า ลูกๆทั้งสามของเราได้โตขึ้นในพื้นที่บริเวรโรงพยาบาล และทุกคนก็รู้สึกว่าบ้านพักที่ห้วยมาลัยนั้นเป็นบ้านของพวกเขาจริงๆ คุณหมอยังได้กล่าวถึงเหตุผลการกลับไปยังประเทศภูมิลำเนาว่า การกลับประเทศสหรัฐฯครั้งนี้ท่านมีเหตุความจำเป็นในการกลับไปรักษาลูกสาวคนเล็กวัย 14 ปีที่มีปัญหาความพิการทางสมอง และกำลังเข้าสู่วัยที่ผู้เป็นแม่ไม่สามารถให้การดูแลตามลำพังที่บ้านพักอีกต่อไปได้

แพทย์หญิงอัญชลี ตัณฑวิวัตน์

 

 

 

 

          แพทยหญิงอัญชลี หรือหมออ้อ เกิดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2514 ภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท จบการศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ สาขาอายุรศาสตร์ทั่วไป จากมหาวิทยาลัยรามาธิบดี ปัจจุบันกำลังเข้าศึกษาต่อในแขนงแพทย์แผนไทยที่มหาวิทยาลัยศิริราช

 

          หมออ้อได้มาช่วยโรงพยาบาลเป็นเวลา 5 ปี ระหว่างการมาช่วยงาน หมออ้อได้ปฎิบัติหน้าที่ของแพทย์สุดความสามารถ นอกจากงานรักษาผู้ป่วยโดยตรงแล้ว ยังได้ดำเนินโครงการด้านสาธารณสุขชุมชน ได้ออกไปให้ความรู้สู่ชุมชน ติดตาม เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลออกไปในเขตสุดแนวชายแดน

           การส่งเสริมและช่วยเหลือเด็กชาวเขาผู้ยากไร้ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่คุณหมอได้ทำคู่กับงานรักษามาโดยตลอด ประกอบกับการมีบุคคลิกที่สดใส ร่าเริง จึงเป็นที่รักใคร่ของผู้ที่ได้สัมผัสกับท่าน

5. ความเชี่ยวชาญ

6. นมัสการเวลาเช้า

 

 

Comments are closed.

%d bloggers like this: